avatar pink

WORLD4  Thailand

หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
BAYบล.กรุงศรี : Money Wizard
 
Money Wizard
ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index บวกแรง 12 จุด (+0.74%) ปิดที่ 1,640 จุด มูลค่าการซื้อขายหนาแน่นขึ้นเป็น 4.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดักทาง FSTE ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทยโดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 มี.ค.19 นักลงทุนต่างชาติพลิกเป็นซื้อสุทธิ 290 ล้านบาท เป็นวันแรกในรอบ 13 วันทำการ, Net Long TFEX 4,708 สัญญา ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 และซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 645 ล้านบาท
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ : มุมมองเป็นบวกคาดดัชนีปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,645-1,650 จุด เนื่องจากได้ปัจจัยบวกรัฐสภาอังกฤษมีมติไม่เห็นชอบต่อการ Brexit แบบ No deal และวันนี้รัฐสภาอังกฤษจะโหวตเรียกร้องให้ EU ขยายเวลาการแยกตัวออกไปอีก 3 เดือน (เดิม 29 มี.ค.) ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นเหนือ 58 US/Barrel หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 3.9 ล้านบาร์เรล รวมถึงซาอุฯเตรียมลดกำลังการผลิตในเดือนเม.ย.ให้ต่ำกว่าระดับ 10 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ FTSE rebalance (มีผล 15 มี.ค.) เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยขึ้นจาก 1.83% เป็น 1.87% ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าราว 5 พันลบ. โดยวานนี้ Foreign พลิกเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 13 วัน จะช่วยหนุนต่อกภาวะการลงทุนในช่วงนี้
กลยุทธ์การลงทุน : 
•    กลุ่มโรงกลั่น (TOP, PTTGC, SPRC) คาดงบ 1Q19 เป็นบวกจากค่าการกลั่นฟื้นตัวขึ้นและ Stock gain
•    กลุ่มค้าปลีก (CPALL, ROBINS, HMPRO) ได้ประโยชน์เม็ดเงินที่จะสะพัดมากขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้ง
•    กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม (AOT, MINT, CENTEL, ERW) ครม.ขยายเวลามาตรการฟรีค่าธรรมเนียมวีซ่า (VOA) ถึงวันที่ 30 เม.ย.19 และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนขยายตัวขึ้น
หุ้นแนะนำวันนี้ : CPALL (ปิด 76.75 ซื้อ/เป้า 88) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 หนุนประชาชนกล้าจับจ่ายใช้สอยเป็นบวกกับกลุ่มค้าปลีก นอกจากนี้ CPALL ยังมี Growth story จากโอกาสได้สิทธิเปิดร้าน 7-11 ในกัมพูชาและลาว, EA (ปิด 48 ซื้อ/เป้า 63) คาดกำไรสุทธิ 1Q19 พุ่งทำ All time high ต่อเนื่องรับข่าวดีโรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการหนุมาน 1 และ 8 กำลังการผลิตรวม 90MW เริ่ม COD ตั้งแต่ 25 ม.ค. นอกจากนี้ EA ยังได้รับการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของ FTSE รอบใหม่ในกลุ่ม Large cap, TOP (ปิด 70.5 ซื้อ/เป้า 90) ได้ Sentiment บวกอย่างต่อเนื่องจากค่าการกลั่นที่กลับมาฟื้นตัว โดยล่าสุดค่าการกลั่น ณ โรงกลั่นสิงคโปร์เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 4.35$/bbl เทียบกับช่วงต้นปีอยู่ที่ระดับ 1.5$/bbl ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวขึ้นใน 1Q19 จะทำให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรจาก Stock gain จำนวนมากเทียบกับ 4Q18 ที่ขาดทุน
Top picks ปี 1Q19 : BGRIM, CPALL, EA, EPG, JMT และ ROBINS
KSS report วันนี้ : AEONTS (ปิด 182.5 ซื้อ/เป้า 220), TPIPP (ปิด 6.1 ซื้อ/เป้าใหม่ 7.5 เดิม 7.9)
ประเด็นสำคัญวันนี้ :          
•    (+) Brexit ยังมีทางออก รัฐสภาอังกฤษเลือก Brexit แบบไม่เอา No Deal วันนี้คาดรัฐสภาฯจะลงมติเลื่อน Dead line ของการ Brexit ออกไป : เมื่อคืนที่ผ่านมารัฐสภาอังกฤษลงมติด้วยคะแนนเสียง 321 ต่อ 278 เสียง ไม่เห็นชอบต่อการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไร้ข้อตกลง หรือ No deal ส่งผลให้สถานการณ์โดยรวมยังเป็นบวก โดยคืนวันนี้รัฐสภาอังกฤษจะจัดให้ลงมติอีกครั้งเพื่อเลือกว่า จะขยายเวลาการแยกตัวออกไป หรือ ใช้กำหนดการเดิมคือวันที่ 29 มี.ค.19 เรายังมองบวกโดยเชื่อว่ารัฐสภาอังกฤษจะเลือกให้ สหภาพยุโรป (EU) ขยายกำหนดเวลาการแยกตัวออกไปอีก 3 เดือน และทำให้เป็นไปได้ในท้ายที่สุดอังกฤษอาจจะต้องทำการลงประชามติอีกครั้ง(ครั้งที่ 2) ว่าประชาชนจะยังต้องการ Brexit อีกหรือไม่
•    (+) ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งแรงทะลุระดับ 58$/bbl สูงสุดในรอบ 4 เดือน ตอบรับตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงสวนทางกับที่ตลาดคาด : ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.39 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 58.26 ดอลลาร์/บาร์เรล นับเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 เดือน ตอบรับข่าว EIA รายงานตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐปรับตัวลง 3.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.3 ล้านบาร์เรล เช่นเดียวกับสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 4.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 3.5 ล้านบาร์เรล
•    (+) ปัจจัยที่ต้องติดตาม - FTSE ปรับน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทยรอบเดือน มี.ค. และ BoJ meeting คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับ -0.1% ตามเดิม : ในวันพรุ่งนี้ FTSE จะปรับน้ำหนักการลงทุนในรอบเดือน มี.ค.โดยหุ้นไทยจะถูกเพิ่มน้ำหนักใน FTSE All Word Asia-Pacific จาก 1.83% เป็น 1.87% คาดจะมีเม็ดเงินไหลเข้าประมาณ 5 พันล้านบาท โดยรอบนี้มีหุ้นที่เข้าคำนวณในดัชนี Large Cap คือ HMPRO, GULF, EA, MINT, MAKRO, BEM, DIF และ หุ้นที่เข้าดัชนี Mid Cap คือ MTC, GPSC ทั้งหมดจะมีผลบังคับใช้โดยใช้ราคาปิด ณ สิ้นวันที่ 15 มี.ค. เป็นบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) คาดที่ประชุมจะยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ -0.1% รวมถึงคงโครงการ QE ไว้ตามเดิม
 
 
    นักวิเคราห์ ปัจจัยพื้นฐาน : อาทิตย์ จัทร์สว่าง Registration No.16475
    นักวิเคราะห์ เทคนิค และนักกลยุทธ์ : ชัยยศ จิวางกูร Registration No.15942
    ผู้ช่วยนักวิเคราะห์ : ยุภาวณี เล้าตระกูชัย ณัฐกานต์ โพธิ์ศรี